Powered By Blogger

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551

แก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตาเป็นส่วนผสมของสารเคมี มีคุณสมบัติละลายน้ำ เมื่อถูกร่ายกายจะเกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะเยื้อบุต่างๆ จำแนกอาการได้ดังนี้

1.เยื่อบุตา ทำให้มีน้ำตาไหล แสบ คัน บวม แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ ยกเว้นว่าถูกแก๊สน้ำตาระเบิดใส่ตาโดยตรง

2.เยื่อบุโพรงจมูก ทำให้แสบจมูก มีน้ำมูก

3.เยื่อบุในช่องปาก ทำให้แสบ ร้อนริมฝีปาก ปากแห้ง หรือเกิดการพองมีน้ำเหลืองไหล เกิดแผลในปาก

4.ทางเดินหายใจ เจ็บคอ ไอ จาม มีเสมหะ หายใจลำบาก หัวใจเต้นแรง หัวใจทำงานผิดปกติ หายใจติดขัดเพราะหลอดลมอักเสบ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหอบหืด หรือถุงลมโป่งพอง รายที่สูดดมควันเป็นเวลานานมาก อาจทำให้ปอดอักเสบได้

5.ทางเดินอาหาร สำลักควัน กลืนน้ำลายที่มีแก๊สน้ำตาเข้าไป จะทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนได้

6.ผิวหนัง : แสบ บวมแดง

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551

6 วิธีเก็บเงินให้อยู่..ตั้งแต่เป็นนักเรียน




วิธีง่าย ๆ ต่อไปนี้สามารถช่วยเซฟเงินในกระเป๋าให้เพื่อน ๆ ที่นี่ได้ดีทีเดียวแหล่ะ ดีไม่ดีบางคนอาจจะมีเงินเก็บมากขึ้นแบบไม่รู้ตัวด้วยนะ




1. เปิดบัญชีธนาคารให้เหมาะ บรรดานักเรียนต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ แน่นอนอยู่แล้วต้องรับเงินเดือนจากพ่อแม่ แนะนำให้เปิดบัญชี ATM ในสาขาของกรุงเทพฯ เพราะถ้าเปิดบัญชีในจังหวัดที่บ้าน ต้องเสียค่าบริการเวลากดเงินข้ามเขตอีก กดทีละ 30 บาท ซึ่งถ้ามาคิดดูดี ๆ แล้วจะพบว่าปีหนึ่ง ๆ เงินหายไปหลายบาททีเดียว


2. "เงินเราหายไปไหน" ใช้ถามตัวเองบ่อยๆ เวลาใช้เงิน ไม่อยากลืมต้องทำบัญชีรับจ่าย เก็บบิลเวลาซื้อของ และเอาสมุดเงินฝากไปอัพเดทเพื่อเช็คยอดล่าสุดบ่อยๆ


3. อยู่ห่างๆเพื่อนมือเติบ ไม่ได้แนะนำให้เป็นคนปฎิเสธสังคม แต่ให้เลือกกลุ่มเพื่อที่ไปกินข้าว ช้อปปิ้งสักหน่อย ถ้าคุณอยู่กลุ่มเพื่อนกินใหญ่ใช้โต กินข้าวเย็นมื้อละหลายร้อย คุณก็ต้องแชร์จ่ายเท่า ๆ กัน เงินเดือนนักเรียนของคุณมีเท่าไรถึงจะพอล่ะคะ


4. ระวัง !!! บิลค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายรายใหญ่สุดของหนุ่มสาววัยนี้เตือนสติตัวเองเวลาคุยให้ดี ตั้งเสียงเตือนเป็นรายนาทีไว้ก็ได้ หรือเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะกับตัวเองที่สุด


5. ใช้บัตรนักเรียน นักศึกษาให้มีค่าที่สุด ทั้งค่าอาหาร ค่าเข้าพิพิธพัณฑ์ หรือเวลาไปเมืองนอก ใช้เป็นส่วนลดได้ดีที่สุด ช่วงที่อยู่มหาวิทยาลัย รายจ่ายที่คุณประหยัดได้ดีที่สุดคือ หนังสือและฟิตเนส เข้าห้องสมุดและโรงยิมเข้าไว้


6. ออมเงินรายเดือน 10 % ของเงินได้จากพ่อแม่เก็บเป็นฝากประจำไว้เลย แล้วลองดูสิว่า พอรับปริญญาแล้วคุณมีเงินก้นถุงอีกเท่าไรเพื่อน ๆ ที่นี่ที่อยู่ในวัยเรียนลองเอาไปใช้กันดูนะคะ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ คนที่รู้จักเก็บ รู้จักใช้น่ะเท่ห์กว่าคนที่ใช้เงินมือเติบเป็นไหน ๆ เสียอีก

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สิว ++Acné++



สิว (อังกฤษ: Acne / Pimple / Zits) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขนจากหัวสิว โคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละอองในอากาศ และแบ่งได้อีก


สาเหตุของสิว มีหลายสาเหตุ เป็นที่ถกเถียงกันว่า สิวเกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัยดังนี้
ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด
ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้



L'acné est une dermatose (maladie de la peau) inflammatoire des follicules pilosébacés (les glandes sécrétant le sébum, à la racine des poils) avec formation de comédons.
Typiquement, elle commence à la puberté et touche principalement les adolescents, de façon plus ou moins sévère. Elle cesse spontanément, le plus souvent à la fin de l'adolescence.
Elle n'a, le plus souvent, aucune gravité biologique en soi, mais peut entraîner un retentissement sur l'image de soi et la vie sociale de l'adolescent. Elle est à l'origine de plus de 20 % des consultations chez le dermatologue[réf. nécessaire].

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Bos taurus


Bos taurus (Linnaeus, 1758), ou Bos primigenius taurus, ou Bos primigenius f. taurus, est le nom scientifique donné à l'ensemble des bovins domestiques de l'Ancien Monde issus des différentes sous-espèces de Bos primigenius, l'aurochs sauvage

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

กินเจเพื่ออะไร?

ผู้ที่กินเจอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลักสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1. กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ
2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา
3. กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นองเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551

สัญญาณเตือนสุขภาพ กับวิธีดูแลรักษา


สุขภาพดีเป็นสิ่งที่เราต้องการแต่หลายคนมักจะลืมใส่ใจตัวเองมารู้อีกทีอาการหนักเอาการอยู่แล้ว โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทจึงจัดกิจกรรม 10วิธีสังเกตและแก้ไขสุขภาพที่ทรุดโทรมเตรียมรับมือดูแลรักษาและป้องกัน เริ่มจากสังเกตุ

1.เดินขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยหอบเเฮกๆนี่เป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพเริ่มถดถอย วิธีแก้ ใส่ใจออกกำลัง กายเสียบ้าง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ตามสวนสาธารณะ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2.ปวดหลังเป็นประจำต้องแก้ด้วยการปรับเปลี่ยนท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดินและท่านอนซะใหม่เวลานั่ง ยืน เดิน คอยเตือนตัวเองให้หลังตรงอยู่เสมอ

3.นอนไม่หลับหรือนอนมากแต่ก็ยังเพลียอาจเกิดจากความเครียดจากการงานเรื่องส่วนตัว ต้องหาวิธี หัวเราะ ยิ้มบ้าง

4.น้ำหนักลดอย่างผิดปกติ(โดยไม่ได้ตั้งใจลด)เป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของร่างกาย ต้องใส่งใจเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้นและการออกกำลังกาย

5.ปวดหัวเป็นประจำ สาเหตุหลักมักเกิดมาจากการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นคอแต่ก็เเก้ไขได้ไม่ยากด้วย การนวดบรรเทาความปวดอย่างง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

6.ท้องผูกแก้ไม่ยากเพียงกินอาหารที่มีกากเส้นใยจำพวกผักผลไม้และอย่าเครียด

7.ลุก-ยืน เกิดอาการหน้ามืดเป็นโรคของความดันแค่หันมาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายต่อเนื่องมากกว่า 10 นาที ให้กับตัวเอง

8.ตัว-ตาเหลือง คอสุรามักมีอาการนี้ แนะให้หันมาดื่มนมซะบ้าง

9.ปวดไหล่-คอ หนีไม่พ้นแนะให้ออกกำลังกายนั่นแหละดีที่สุด

10.ขี้ลืมมากกว่าทุกๆ วัน อาการของคนสูงอายุ แต่ถ้ายังไม่ทันแก่ก็เป็นซะแล้ว แสดงว่าเคร่งเครียดกับชีวิตนเกินไปหาทางผ่อนคลาย จะเดินเล่นกับแฟน ดูหนังตลก หาของอร่อยกินซะยิ่งพวกปลาทะเลยิ่งดีเพราะมีโอเมกาทรี (omega3) สารต่อต้านอนุมูลอิสระทำให้เซลล์สมองไม่แก่เร็วแบบนี้ใส่ใจกับอาการ ตัวเองให้มากขึ้นไม่ต้องรอให้ไปถึงมือหมอไม่อย่างนั้นสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2551

การใช้ภาษาอังกฤษผิดๆ ที่ทำให้คนฟังหัวเราะ

ไม่มีใครที่เรียนภาษาต่างชาติโดยที่ไม่เคยพูดผิดเลยซักครั้งหรอก และในขณะที่เราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดผิดๆ ที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกเปิ่น มันก็ยากพอสมควรที่จะพูดไม่ให้ผิดเลย ฉะนั้นเตรียมตัวหัวเราะขำขันตัวเองเป็นครั้งเป็นคราวเถอะ และต่อไปนี้ก็คือตัวอย่างการใช้คำผิดๆ ที่รับรองว่าใครได้ยินก็ต้องอดขำไม่ได้

I cooked my grandma.
คุณกำลังพูดถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "My grandma visited and I cooked her." มันแน่อยู่แล้วว่าคุณไม่ได้ cook คุณยายคุณซักหน่อย คุณเพียงแต่ "cooked FOR her". คำกริยาอาจเปลี่ยนความหมายไปโดยสิ้นเชิงถ้าหากมีคำprepositionตามหลังมา (เช่น find, find out หรือ grow, grow up) เพราะฉะนั้นระวังให้ดี ! จงใช้คำว่า'for' เสมอเมื่อคุณกำลังพูดถึงการทำอาหารให้คนอื่นทาน และไม่ต้องใช้มันเมื่อคุณพูดถึงการทำอาหารจานนั้นๆ เช่น "I cooked spaghetti." และไม่ว่ายังไงก็ตาม อย่าทาน Grandma Betty ที่ปรุงซะสุกแล้วเป็นอาหารเย็นเชียวล่ะ !

I went to hold up my sister at school.
พูดอย่านี้แล้วผู้ฟังจะนึกภาพออกสองอย่าง อย่างแรกคือคุณช่วยไม่ให้น้องสาวคุณหกล้มลงไป หรืออย่างที่สองคือคุณใช้ปืนจี้น้องสาวตัวเองในการปล้นชิงทรัพย์จากเธอ ซึ่งในความเป็นจริงคุณคงไม่แม้แต่จะคิดฝันว่าจะทำอย่างนั้นหรอกนะ ! คุณคงตั้งใจจะใช้คำว่า'pick up', ไม่ใช่ 'hold up'แน่ๆ เพราะคำว่า 'To pick up' หมายถึง 'to take hold of'(เก็บหรือหยิบจับขึ้นมา)หรืออาจจะหมายถึง 'to fetch someone' ทางรถยนต์(ไปรับใครบางคนซึ่งปกติหมายถึงขับรถไปรับนั่นเอง) ดังนั้นถ้าไม่อยากให้น้องสาวอารมณ์เสียก็อย่าลืมไป 'pick her up' – ไม่ใช่ไปรั้งเธอให้ยืนขึ้นหรือปล้นเธอเข้าล่ะ!

The chicken was crowded with people.
ไปคุยกันเล่นใน chicken(ไก่) นั้นไม่ค่อยธรรมดาเลยนะ หรือคุณหมายถึง 'kitchen'(ครัว)? คำว่าChicken และ kitchen ทั้งคู่เป็นตัวอย่างศัพท์อังกฤษที่ออกเสียงสลับกันทำให้สับสนได้บ่อยๆ ในกรณีนี้ทั้งสองคำต่างก็มีเสียง 'ch' และ 'k' เหมือนกันเพียงแต่สลับที่กันเท่านั้น ลิ้นของคุณอาจพันกันทำให้ออกเสียงผิดโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นถ้าคุณจะชวนเพื่อนไปใน kitchen เพื่อกิน chicken น่ะได้ แต่อย่าสลับคำกันก็แล้วกัน !
We asked our neighbors to eat the cat while we were on vacation.
เพื่อนบ้านคุณอาจคิดว่าคุณติ๊งต๊องถ้าคุณไปเคาะประตูเขาแล้วขอให้เขากินแมวของคุณ เชื่อได้เลยว่าแมวคุณเองก็คงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นักหรอก ! และนั่นก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าคุณสับสนกับการใช้คำกริยา'to eat' และ'to feed' คำแรกหมายถึง 'to consume food'(รับประทานเป็นอาหาร) ส่วนคำหลังหมายถึง 'to give food'(ให้อาหาร) นับว่าต่างกันไม่ใช่เล่นนะ โดยเฉพาะถ้ามีสัตว์เลี้ยงของคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย !

I'm so boring!
พูดอย่างนี้กับเพื่อนที่ดูหนังด้วยกันอยู่แล้วเขาอาจจะมองคุณด้วยสายตาแปลกๆ คุณหมายถึงว่าบุคคลิกภาพของคุณนั้นค่อนข้างเฉื่อยแฉะน่าเบื่อหรือว่าหนังที่กำลังดูอยู่นั้นไม่สนุกหรือน่าสนใจเอาซะเลย? คนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่หลายคนที่พูดผิดอย่างนี้เพราะสับสนระหว่างรูปของ present และ past participles (คำที่มีรูปแบบกิริยาแต่ใช้เป็นคำ adjective) ในกรณีนี้ คุณสามารถพูดได้อย่างถูกต้องว่า"The film is boring because it is making me bored." ฝึกการใช้ประโยคที่มีคำ participles อื่นๆ อย่างเช่น 'confused / confusing' และ 'interested / interesting' จนกว่าคุณจะเข้าใจถึงความแตกต่างในการใช้และความหมายของแต่ละคู่ !